Youchien

อ่านข่าวได้ที่นี่ค่ะ [ ข่าวสด ]

Kaju จังเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่เราทำงานอยู่ค่ะ

วันนี้เราได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่ทำงานว่ามีเด็กที่โรงเรียนตกตึกเสียชีวิต เราเลยโทรไปสอบถามกับครูประจำชั้นมา เลยทราบว่าเป็นน้องคนนี้

เราประหลาดใจมากที่เป็นน้องคนนี้ เพราะเธอเป็นเด็กที่เรียบร้อย ขี้อาย และไม่ค่อยกล้า ไม่น่าเชื่อว่าจะปีนระเบียงออกไปได้ เป็นอะไรที่ช๊อคมากกกกกค่ะ

น้องเป็นเด็กที่น่ารักมากค่ะ รู้สึกใจหายจริงๆ ที่จากนี้ไปจะไม่ได้เจอน้องแล้ว เรื่องนี้เป็นอุธาหรณ์สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆ นะคะ เราไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาอีกเลยจริงๆ

ยังไงก็ขอให้น้องหลับสบายนะคะ

 

ปล. ที่จริงว่าจะอัพโอเพ่นบ๊อคลูกชายคนใหม่ แต่อยากลงข่าวนี้ก่อน ไว้รอบหน้านะคะ

ตอนนี้อยู่โหมดหาเรื่องอัพบล๊อคไม่ให้ซ้ำชาวบ้าน (หาเรื่องเขียนจูนไรท์ช้าไปมั้ย???) และไหนๆ ก็ต้องเอามาทำงานอยู่แล้ว เลยรวบรวมไว้เป็นกิจจะลักษณะเลยดีกว่า

จากหัวข้อ... ใครอ่านภาษาญี่ปุ่นออกคงจะเดากันได้แล้วว่าเราจะเขียนเรื่อง เพลงสำหรับเด็ก ซึ่งในที่นี้ เราจะรวมทั้งเพลงกล่อมเด็ก และเพลงที่เป็นการละเล่น รวมถึงเพลงที่เด็กร้องกันในปัจจุบัน อาจจะมีการเขียนเกร็ดความรู้เพิ่มพอเป็นกระสัย หรืออาจจะแปลอย่างเดียวเพราะขี้เกียจ 555

สาเหตุที่เลือกเพลงนี้เป็นเพลงแรกเพราะ "ชื่อ" ค่ะ เนื่องด้วยสมัยก่อนเราใช้ชื่อ Email ว่า Satsuki เลยมักจะถูกเรียกว่าซัทจังบ่อยๆ แต่เหตุผลมันไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะ หึๆๆๆ

อย่างที่รู้กันว่า เพลงกล่อมเด็กญี่ปุ่นนั้น จะมีตำนานความน่ากลัวและเรื่องสยองขวัญแทรกอยู่เสมอ เพลงนี้ก็ไม่พ้น...

มาดูเนื้อเพลงกัน...

 

サッちゃん | Satchan | ซัทจัง

>>> กดฟังเพลงได้ที่นี่ <<<

 サッちゃんはね サチコっていうんだ ほんとはね 
 だけど ちっちゃいから 自分のこと さっちゃんって呼ぶんだよ
 可笑しいな サッちゃん

satchan wa ne sachikotte iunda honto wa ne
dakedo chitchaikara jibun no koto satchantte yobunda yo
okashii na satchan

ซัทจังน่ะนะ ที่จริงน่ะ ชื่อซาจิโกะล่ะ
แต่เพราะตัวยังเล็ก เลยเรียกตัวเองว่าซัทจัง
แปลกจังนะ ซัทจัง


 サッちゃんはね バナナが大好き ほんとだよ
 だけど ちっちゃいから バナナを 半分しか 食べられないの
 可哀相ね サッちゃん

satchan wa ne banana ga daisuki honto da yo
dakedo chitchaikara banana wo hanbun shika taberarenai no
kawaisou ne satchan 

ซัทจังน่ะนะ ชอบกินกล้วยล่ะ จริงๆ นะ
แต่เพราะตัวยังเล็ก เลยทานกล้วยไปได้แค่ครึ่งเดียวเอง
น่าสงสารจังนะ ซัทจัง


 サッちゃんがね 遠くへ行っちゃうって ほんとかな
 だけど ちっちゃいから ぼくのこと 忘れてしまうだろ
 寂しいな サッちゃん

satchan gane tooku he itchautte honto kana
dakedo chitchaikara boku no koto wasurete shimau darou
sabishii na satchan
 

ซัทจังน่ะนะ บอกว่าจะไปยังที่แสนไกล จริงรึเปล่านะ
แต่เพราะตัวยังเล็ก เลยคงลืมผมไปหมดแล้วละสิ
เหงาจังนะ ซัทจัง

... : . : . : . : . : . : . : . : . : ...

ด้านล่างนี้... เป็นข้อมูลที่เพื่อนเรราซึ่งบร้าเรื่องสยองขวัญมากกกกกกก เป็นคนหามา 

 

「サッちゃん」ถูกแต่งขึ้นในปี 1959 โดยคนแต่งชื่อ Sakata Hiroo

user posted image

<<< ส่วนนี่เป็นภาพปกหนังสือ サッちゃん รวมบทเพลงของ Sakata Hiroo จาก AMAZON

ตามแหล่งข้อมูลกล่าวว่าเพลงซัทจังเพลงนี้แต่ก่อนไม่มีใครเคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ซัทจัง ว่ามีความเป็นมาอย่างไร จนคิดไปว่า "ซัทจัง" ไม่มีตัวตน (ความจริงแล้วคิดแบบนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้นะ :เพื่อน M) แต่เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี่เองเพื่อนสนิทของคนแต่งได้ออกมาเปิดเผยความจริงให้ฟังว่าที่จริงแล้วซัทจังนั้นมีตัวตนจริง เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนอนุบาลที่เรียนด้วยกัน และเป็น รักแรก ของผู้แต่งซะด้วย รุ่นพี่คนนั้นเรียนจบแล้วก็ย้ายบ้านไป

จากแรงบันดาลใจในรักแรก Sakata Hiroo จึงนำเรื่องราวนั้นมาแต่งเพลงเพลงนี้ขึ้นมา และกลายมาเป็นเพลงเด็กอมตะที่รู้จักกันทั่วไปในที่สุด แต่ก็ไม่เคยบอกใครถึงความเป็นมาของเพลงนี้เพราะเจ้าตัวเป็นคนขี้อาย

เอาล่ะฟังเรื่องใสๆ ดูน่ารัก (?) กันไปแล้วมาฟังเรื่องมืดๆ ให้สมกับเนื้อเพลงนี้กันมั่งดีกว่า

เพราะเนื้อเพลงนี้มันออกจะฮาร์คอร์ไปสักหน่อยก็เลยทำให้เกิดเรื่องสยองขวัญของ “ซัทจัง” ขึ้นมา ลองอ่านท่อนนี้อีกครั้งดู.....

 サッちゃんがね 遠くへ行っちゃうって ほんとかな
 だけど ちっちゃいから ぼくのこと 忘れてしまうだろ
 寂しいな サッちゃん

ซัทจังน่ะนะ บอกว่าจะไปยังที่แสนไกล จริงรึเปล่านะ
แต่เพราะตัวยังเล็ก เลยคงลืมผมไปหมดแล้วละสิ
เหงาจังนะ ซัทจัง

หลายๆ คนอ่านท่อนนี้แล้วเฉยๆ นะ ไม่รู้สึกอะไร แต่เชื่อเถอะอ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้ว่าไอ้ “ไปยังที่แสนไกล” เนี่ย ไม่ใช่แค่ไปที่ไกลๆ แบบกรุงเทพ – เชียงใหม่แน่ๆ มันไปที่ที่ ... เอิ่ม ... ไกลมากจริงๆ

และเพลงท่อนนี้ได้ถูกนำมาตีตวามหลากหลาย ทำให้เพลงที่ถูกแต่งเพิ่มขึ้นมา โดยไม่รู้ที่มาที่ไป รวมทั้งหมด 15 ท่อน โดยเราจะขอยกท่อนที่คิดว่าสยองมาลงให้อ่าน 

คำเตือน ข้อความหลังจากนี้ไม่แนะนำให้อ่านสำหรับคนขวัญอ่อน ผู้ใดอยากอ่านกรุณาคลุมแถบดำระหว่าง ... ด้านล่างเอาเอง

 

 さっちゃんはね 電車で足を なくしたよ
 だから お前の足を もらいに行くよ
 今夜だよ 行くよ

ซัทจังน่ะนะ ทำขาหายในรถไฟ
เพราะฉะนั้นจะไปเอาขาของเธอล่ะนะ
คืนนี้แหละ จะไปหานะ


 さっちゃんはね お顔がないの ほんとだよ
 だけどちいさいから 自分でお顔を見つけられないの
 悲しいね さっちゃん

ซัทจังน่ะนะ ไม่มีหน้าล่ะ จริงๆ นะ
แต่เพราะตัวยังเล็ก เลยตามหาหน้าด้วยตัวเองไม่ได้
เศร้าจังนะ ซัทจัง   

 さっちゃんはね みんなを殺した ほんとかな
 だからみんなに 嫌われちゃって 泣いちゃったんだよ
 寂しいね さっちゃん

ซัทจังน่ะนะ ฆ่าทุกคนหมดแล้ว จริงรึเปล่านะ
เพราะอย่างนั้นเลยโดนทุกคนเกลียด ก็เลยร้องไห้
เหงาจังนะ ซัทจัง

 さっちゃんはね 交通事故で はねられた
 だから顔が どこか遠くへ とんでっちゃった
 悲しいね さっちゃん

ซัทจังน่ะนะ ถูกรถชนจนร่างกายฉีกขาด
เพราะอย่างนั้นหน้าก็เลยกระเด็นไปที่ไหนสักแห่งซะแล้ว
เศร้าจังนะ ซัทจัง

ในท่อนนี้..บางที่เนื้อเพลงจะเป็นแบบนี้

 さっちゃんはね、電車ではねられ 死んじゃった。
 だけど、ちっちゃいから 体が半分しか みつからないの。
 悲しいね さっちゃん。

ซัทจังน่ะนะ ถูกรถไฟชนจนร่างกายฉีกขาดตายไปซะแล้ว
แต่เพราะตัวยังเล็ก ก็เลยหาร่างเจอแค่ครึ่งเดียว
เศร้าจังนะ ซัทจัง

(แหงะ *เหงื่อตกหน้าซีด* นี่ใช่ไหมที่บอกว่า “ทำขาหาย” น่ะ นี่มันไม่ใช่ขาหายแล้วว นี่มันเป็นท่อนล่างหายทั้งท่อนเลยนี่หว่า ว๊ากกก เพลงกล่อมเด็กบ้าอะไรวะ น่ากลัวโคตรรรรรรรร :เพื่อน M)

ยังมันยังไม่หมดแค่นี้ เรายังมีอีกเวอร์ชั่นหนึ่งมาให้ทุกท่านสยองกันต่อ ถ้าทำใจรับความสยองได้แล้วก็ไปกันเล้ย!!! 

หมายเหตุ ตัดตอนมาแต่เฉพาะท่อนที่ไม่เหมือนกับเวอร์ชั่นข้างบนนะฮับ

さっちゃんはね 仲間がほしいの ほんとはね
 だから 君も連れて 行ってあげる
 やさしいでしょ? さっちゃん

ซัทจังน่ะนะ อยากได้เพื่อน จริงๆ นะ
เพราะฉะนั้นเธอก็ไปเป็นเพื่อนให้หน่อยสิ
ใจดีใช่ไหมล่ะ? ซัทจัง

   さっちゃんはね 悔しかったんだ君の事
 何で君は生きてるの? 君がほしいよ
 ほしいな さっちゃん

ซัทจังน่ะนะ เจ็บใจเรื่องของเธออยู่ล่ะ
ทำไมเธอถึงยังมีชีวิตอยู่ล่ะ? อยากได้เธอนะ
อยากได้จังเลย ซัทจัง

さっちゃんはね 今日が死んだ日だから
 誕生日がほしいな でもきめたんだ 
 オマエガホシイ さっちゃん

ซัทจังน่ะนะ เพราะวันนี้เป็นวันที่ตาย
อยากได้วันเกิดจังเลยน้า ตัดสินใจและ
เอาเธอนี่ล่ะ ซัทจัง

 さっちゃんはね この歌きくと落ち着くの
 あなたもいっしょに歌わない?
 あの世で さっちゃん

ซัทจังน่ะนะ พอได้ฟังเพลงนี้แล้วก็จะสงบลงล่ะ
เธอก็จะไม่มาร้องด้วยกันเหรอ?
ที่โลกหน้า ซัทจัง



Translated by Kisatsu & Mikoto
Thanks to Bow & komiyavi4993

...Credit...
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=watashi&month=10-2006&group=4
http://www.mahoroba.ne.jp/~gonbe007/hog/shouka/satchan.html
http://choco.lv3.net/test/read.cgi/occult/1195957791/
http://www.skin-band.net/invboard/index.php?showtopic=1695&st=0 

 

อ่านจบแล้วอย่าลืมวางกล้วย(ล่อซัทจัง)ไว้ในห้องนอนนะคะ ^^

ปล. จะว่าไป วันนี้ก็เพิ่งฟังเพลงนี้นี่หว่า... ที่จริงก็ฟังทุกวันอ่ะ เพราะมันเปิดในรถโรงเรียน ถ้าใครอยากรีเควสเพลงอะไร ก็บอกกันมาได้นะคะ ^^


...

แปะๆ ภาพเด็กๆก่อน

.

. 

. 

ขอย้ำว่านี้เป็นภาพเด็ก "ทั้งโรงเรียน"

หลายคนคงคิดว่า "น้อยจัง" ใช่ม้า...

 

มีแค่นี้แหล่ะ ^^

 

เราเชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยดูหนัง หรืออ่านการ์ตูนเจอ "การซ้อมหนีภัย" กันบ้าง

 

วันนี้มีซ้อมหนีภัยที่โรงเรียนค่ะ... ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 避難訓練 (Hinankunren) นี่เป็นการซ้อมหนีภัยครั้งที่ 3 ของเราค่ะ เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ (ถ้าไม่มีเรื่องคงไม่มาเล่า 555) โรงเรียนเราจะซ้อมทุกเทอม แล้วดันเรียนแบบ 3 เทอม เลยซ้อมกันถี่หน่อย ก่อนหน้าที่จะซ้อมจะมีการประชุมวางแผนแบ่งงานและซ้อมบทกันอย่างจริงจัง

ที่อื่นอาจจะแบ่งไม่เหมือนกัน...
แต่ในโรงเรียนเราหลักๆ จะมีอยู่ 4 ฝ่ายค่ะ

1. แผนกกดสัญญาณ - แผนกนี้จะเป็นแผนกกดสัญญาณเตือนฉุกเฉิน หรือสัญญาณไฟใหม้ค่ะ ซึ่งสัญญาณนี้ไม่ได้ดังแค่เฉพาะไฟใหม้ แต่หากมีผู้ร้ายหรือโจรเข้ามาก็ต้องกดเหมือนกันค่ะ

2. แผนกแจ้งประกาศ - คนในแผนกนี้จะมีหน้าที่ถือโทรโข่งเดินแจ้งบริเวณโดยรอบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น และให้หนีไปทิศทางไหนที่จะปลอดภัย

3. แผนกติดต่อเจ้าหน้าที่ - เราอยู่แผนกนี้ล่ะ ^^ เป็นแผนกที่สบายที่สุดเวลาซ้อมหนีภัยค่ะ เพราะไม่ต้องทำอะไรเลย (เลยมีเวลาถือกล้องเดินถ่ายรูป) แต่หากเกิดเหตุร้ายคนที่จะตายคนแรกคือแผนกนี้ค่ะ T^T เพราะเราจะต้องโทรแจ้งตำรวจ กดสัญญาณเรียก SECOM ซึ่งเป็นบริษัทป้องกันภัยที่ทางโรงเรียนเราทำสัญญาอยู่ และกว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็กินเวลาไปกว่า 5 นาทีเป็นอย่างน้อยแน่นอน ซึ่งถ้าเกิดเหตุจริงเราคงไม่สามารถหนีไปจุดเซฟได้ทันเวลา

4. แผนกลำเลียงคน - การซ้อมหนีภัยโดยทั่วไปจะไม่มีแผนกนี้ แต่เนื่องด้วยโรงเรียนที่เราทำงานเป็นโรงเรียนอนุบาล เด็กๆ คงไม่สามารถเดินไปถึงจุดปลอดภัยได้ตามเวลาอย่างแน่นอนถ้าปล่อยให้เดินเอง

แน่นอนว่า เราซึ่งออกมาเป็นคนสุดท้าย จะต้องเดินตรวจสอบทุกห้องว่าไม่มีเด็กหลงเหลืออยู่ ก่อนเดินอย่างรวดเร็วไปยังจุดเซฟ (อย่างกะเล่นเกม -*-)

 

ข้อควรระวัง  (เอาเท่าที่จำได้นะ แหะๆ)

1. ในการซ้อมหนีภัย ไม่ควรวิ่งเพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

2. กรณีเกิดไฟใหม้ ควรหาผ้ามาปิดจมูกกับปาก เพื่อไม่ให้สำลักควัน และก้มตัวให้ต่ำกว่าควันไฟ

3. ควรอยู่ห่างจากห้องน้ำ เพราะความร้อนจะทำให้น้ำเป็นไอและอบเราให้สุกได้

4. อย่าตื่นตระหนก (ข้อนี้อ่ะยากสุด -*-)

 

อันที่จริง เราคงจะไม่มาเขียนเล่า...

 

ถ้ามันไม่มีเรื่องจริงๆ อ่ะนะ

 

ตอนเช้าวันนี้เราได้ซักซ้อมกันเป็นอย่างดี โดยบทคร่าวๆ มีประมาณว่า...

ตอนเวลา 09.15 น. บ้านข้างๆ โรงเรียนจะเกิดเพลิงใหม้ ให้กดสัญญาณเตือนภัยทิ้งไว้ 15 วินาที แล้วปิด หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะวิ่งประกาศแจ้งเหตุ แล้วก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ กดสัญญาณแจ้งบริษัทป้องกันภัย (สองอย่างนี้ยกโทรศัพท์หลอกๆ กะเดินไปแตะสัญญาณ) ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เหลือให้ช่วยเหลือเด็กให้ได้มากที่สุด พยายามอย่าให้เด็กแตกแถว

 

หลังจากประชุมเช้าเราก็มองนาฬิกาตลอด เพราะจะได้เตรียมตัวทัน พอถึงเวลาเก้าโมงสิบห้าเป๊ะ จุ่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นหน้าโรงเรียน ตามด้วยสัญญาณไฟใหม้ เราก็มองหน้ากันงงๆ ทำไมพี่เค้าทำแอฟเฟ็คสมจริงจัง มีเสียงระเบิดด้วย แน่นอน ทุกคนคิดว่าการซ้อมหนีภัยเริ่มแล้ว เด็กและครูทั้งหมดก็ออกมายืนหน้าห้อง

แล้วก็มานึกได้ว่า เฮ้ยยย สัญญาณโรงเรียนเรามันอยู่ด้านในตึกนี่หว่า แล้วไปดังหน้าโรงเรียนได้ไง เรากะเจ้าหน้าก็วิ่งไปถามรปภ.ด้านหน้าว่าเกิดอะไรขึ้น

ปรากฎ....

 

"หม้อแปลงเสาไฟฟ้าระเบิดค่ะ" OTL

 

เลยเป็นการซ้อมหนีภัย ที่สมจริงที่สุดที่เคยซ้อมมาเลยค่ะ.....

 

(อย่างงี้เรียกว่าซ้อมไม่ได้แล้วสินะ 555)

 

นานๆ จะเขียนเอนทรี่มีสาระ

ถ้าอ่านแล้วถูกใจรบกวนรดน้ำต้นไม้น้อยๆ ด้านบนให้ด้วยนะคะ ^^

 

ปล. หลังจากนั้นทุกคนก็เนียนค่ะ เลยตามเลย ซ้อมต่อซะงั้น ดีนะคะที่ไฟมันไม่ได้ไหม้จริงๆ ไปด้วย ไม่งั้นอิชั้นเนี่ยล่ะค่ะที่จะตายก่อน...

 

 

วันจันทร์ที่ผ่านมา.. เรารับหน้าที่ไปส่งนักเรียนกับรถคันใหม่วันแรกค่ะ (เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่พอ ขนาดคนที่ขับรถคันที่เราดูแลยังเป็นคนขับรถจำเป็นเลย 555) ตอนรับไม่มีปัญหาเพราะให้เด็กโตกะเด็กเล็กนั่งแยกกัน แต่ตอนส่งเนี่ย เข้าให้นั่งรถเรียงตามลำดับการลงค่ะ แล้วมันก็เกิดเรื่อง...

 

จู่ๆ... น้อง Y (5 ขวบ) ก็ตรงเข้าไปจุ๊บน้อง T (2 ขวบ)

ต่อหน้าต่อตาพี่เลี้ยงจำเป็นที่เด็กๆ เรียกว่า "เซ็นเซย์" อย่างเราค่ะ

 

แน่นอนว่าน้องๆ เป็นเด็กผู้ชายทั้งคู่ค่ะ  ...((OTL..((OTL

โอเค เด็กๆ มันจุ๊บกันเฉยๆ พี่เลี้ยงจำเป็นอย่างเรา(คงจะ)ไม่ช๊อค

 

ถ้าไอ้คุณน้อง Y มันไม่เอาลิ้นเข้าไปด้วยอ่ะนะ T^T

 

พี่เลี้ยงจำเป็นอย่างอิชั้นนี่จับแยกแทบไม่ทันเลยค่ะ ฮือๆๆๆ ถึงอิชั้นจะชอบวายแต่ไม่ได้อยากเห็นฉากสดๆ แบบนี้นะ

อักษรย่อนั่นมาจากชื่อจริงของน้องค่ะ เราไม่ได้เมคเองแต่อย่างใด แต่อักษรย่อนั่นก็ทำให้เรานึกถึงใครบางคนที่จุ๊บกันตอนอนุบาลอย่าง Yoshiki กะ Toshi -*-

ตอนนี้เราแอบเข้าใจความรู้สึกของแม่ๆ ของท่านๆ ทั้ง 2 แล้วล่ะค่ะ T^T

 

ตอนหลัง.. ไอ้น้อง Y มาบอกเราว่า.. "นี่มันเป็นการเล่นอย่างนึงนะ ผม(เรียกแทนตัวเองว่า Ore -*-)จะเล่นกะ T คุง"

 

เราเลยตอบไปว่า.. "นี่มันไม่ใช่การเล่นนะ ไม่เห็นเหรอว่า T คุง ไม่ชอบ"

 

แล้วรู้มั้ยคะ ว่าน้องเธอตอบว่าอะไร...

 

"อย่างเซนเซย์อ่ะ ไม่เข้าใจหรอก"

 

 

แสรดดดดดด... อย่างอิชั้นเนี่ยนะจะไม่เข้าใจ คิดว่าตัวเองเป็นใครยะ เพิ่งเกิดมา 5 ปีทำอวดเก่ง ตอนนั้นอยากตบเด็กขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ต้องตีหน้านางฟ้า

 

"งั้นหนูลองไปถามเซนเซย์คนอื่นดูนะ.."

 

หลังจากนั้นไอ้เด็กนี่ก็ทำตัวนอยตลอดทาง... -*-

 

เรื่องวันนี้... อยากจะบอกพ่อแม่ทุกคนที่ยังมีลูกเล็กๆ ว่า...

1. อย่าทำเรื่องแบบนั้นให้ลูกเห็น ถ้ามันดันเห็น ก็สอนเค้าสักนิดเถอะนะคะ ว่าอะไรเป็นอะไร อย่าปล่อยให้เค้าคิดเอาเองว่าพ่อแม่เล่นกัน -*-

2. อย่าปล่อยให้ลูกเรียนรู้เองด้วยทีวี เพราะเด็กเค้าไม่รู้ เค้าเห็นอะไรเค้าก็เลียนแบบอย่างนั้น เราเข้าใจว่ายุคนี้การหลีกเลี่ยงให้ลูกรับสื่อมันเป็นไปได้ยาก แต่ให้เวลาเค้าสักนิดเวลาอยู่หน้าทีวีเถอะค่ะ 

3. ฝากดูแลอนาคตของชาติกันนิดนึงนะคะ เห็นอะไรแบบนี้บ่อยๆ เดี๋ยวพี่เลี้ยงหัวใจจะ Y

 

...งานนี้ได้แต่สงสาร T คุง ต้องมีเฟิร์สคิสกะผู้ชายตั้งแต่อายุยังไม่เต็ม 2 ขวบ T^T

 

 

.

.

.

แถมยังเป็นเด็กอนุบาลญี่ปุ่นอีกต่างหาก ........อิอร๊างงงงงง โมเอ้ได้โล่ห์

แต่ก็เป็นการลอยกระทงที่เหมือนจับปูใส่กระด้งมากๆ เพราะเค้าให้ลอยกันในสระว่ายน้ำที่ลึกไม่ถึงเอวเรา แล้วเด็ก 2-3 ขวบ เกิดอาการอยากรู้อยากเห็น พยายามจะเดินลงไป...

สนุกมากเคอะ.. วิ่งไล่จับเด็กเนี่ย -*-

 

ขอย้ำนะคะ อิชั้นยังคงทำงานเป็นล่าม ไม่ได้ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กอนุบาลที่ไหน

 

ปุจฉา... แล้วทำไมต้องไปลอยกระทงกะเด็กด้วยนะเหรอคะ..?
วิสัชณา... เพราะเราเป็นคนไทยคนเดียวที่พูดญี่ปุ่นรู้เรื่องที่สุดในนั้นไงคะ

งานนี้เราเลยแอบเป็นแม่งานเล็กน้อย เตรียมตั้งแต่กระทงยันสอยดาว -*- ดีที่จำนวนนักเรียนมันน้อย ไม่งั้นคงต้องนั่งพับดาวกันมือหงิก ต้องแปลหนังสือนิทานด้วย เด็กๆ จะได้รู้ความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง ปิดท้ายด้วยสอนรำวง ดีที่เราพอมีพื้นฐาน + ได้ร่ำเรียนรำไทยอยู่หลายปี (ถึงหน้าจะไม่ให้ก็เถอะ) เลยเกรียนๆ มั่วๆ ไปได้

เอารูปกระทงที่มั่วๆ ทำ มาให้ดู

 

อย่าหาว่าเราไม่อนุรักษ์ธรรมชาติเลยนะคะ ที่ต้องใช้แบบนี้เพื่อให้เด็กเก็บกลับบ้าน (และบางคนหอบกลับญี่ปุ่น) เอาไปเป็นของที่ระลึกค่ะ ขืนใช้ใบตองจริงๆ เน่าหมดพอดี

 

ขี้เกียจพิมพ์และ ขอปิดท้ายแบบเกรียนๆ ด้วย ลอยกระทงกะ exteen ละกัน

 

 

...จบดื้อๆ เงี้ยล่ะ...