Diary

 

อย่าลืมกด F5 กันด้วยนะคะ 

 

อนึ่ง.. รูปเซ็ทนี้ถ่ายก่อนไปโรงพยาบาล แบบว่ารูปมันก๊าวใจแม่มากมาย แต่ดันเจือกลืมเอามาลงบล๊อค วันนี้ได้ฤกษ์เปรี้ยวเลยเอามาลงซะหน่อย (เดี๋ยวจะบอกตอนท้ายว่าเพราะอะไร)

 

Gackt - Rock Star

Model : Volks SDGr "Ryoya Konoe" Hybrid LUTS SDF Body



เนื่องจากได้แรงบันดาลใจจากแม๊คกาซีนเล่มนี้
Image
เลยขอเอามาตั้งชื่อรูปเลยละกันนะคะ



Image

Image 

Image

Image Image

Image Image

Image 

 

.....

...

.

 

หลายคนสงสัยว่าเราเป็นอะไร..?

เราเป็นโรคจอประสาทตาบางค่ะ (และดันเป็นทั้ง 2 ข้าง) โรคนี้เป็นอาการเริ่มต้นของคนที่จะเป็น จอประสาทตาลอก ซึ่งถ้ามันลอกแล้วก็หมดหนทางแก้ไขค่ะ ตาบอดกันไป ปัญหาของเราคือ เรามองเห็นแค่ข้างเดียวอยู่แล้วค่ะ ตาช๊ายของเรามองเห็นแค่ลางๆ เพราะมีพังผืดมาปกคลุมจอประสาทตาอยู่ 2 ใน 3 แต่ข้างที่อาการหนักกว่าคือข้างขวาค่ะ (ซึ่งรักษาไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน) แล้วตอนรักษาครั้งแรก มันปวดแบบทรมาณมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อ่ะค่ะ ตอนเราออกจากห้องเนี่ย เดินเองไม่ถูกเลย มันปวดไปครึ่งหน้า เรานอนมึนไป 2 วัน และปวดตาไปอีก 4 วัน

ทำให้เรากลัวรอบนี้มาก... จนเบี้ยวหมอไป 2 ปี

แต่แล้ว... ช่วงตุลาที่ผ่านมา เราเคืองตาข้างซ้ายตลอดเวลา และเคืองอยุ่ข้างเดียว เลยตัดสินใจไปหาหมอ แล้วหมอก็บอกว่าให้รีบรักษาก่อนอาการจะแย่กว่านี้ เพราะตาขวาเราทำงานหนักมากพอแล้ว ถ้าไม่มีตาซ้ายมาช่วยพยุงจะยิ่งแย่ (ถึงตาจะยังเห็นลางๆ ก็ยังดีกว่ามองไม่เห็นไปเลยอ่ะนะ) เราเลยตัดสินใจ กลั้นใจทนเจ็บอีกสักรอบ

ปรากฎว่า... รอบนี้มันไม่เจ็บอย่างที่คิดค่ะพี่น้อง

มันหายเร็วมากจนเราช๊อค

อย่างคราวที่แล้ว ใช้เวลาทำครึ่งชม. รอบนี้เสร็จใน 15 นาทีค่ะ แถมไม่มีผลข้างเคียงด้วย อิชั้นอเมซซิ่งมากกกกกกกกกก เราเลยออกมาเปรี้ยวได้เร็วกว่าปกติแบบนี้ล่ะค่ะ

คุณหมอบอกว่า... รอบนี้ที่ รพ. เปลี่ยนเครื่องใหม่ รักษาได้เร็วขึ้น เจ็บน้อยลง

 

เทคโนโลยี มันดีอย่างนี้นี่เอง...!!! โรงพยาบาลเอกชนมันเจ๋งอย่างนี้นี่เอง...!!!!!

เราไม่เสียดายค่ารักษาเลยค่ะ อาจจะแพงหน่อย แต่ไม่ใช่ราคาที่แพงเกินไปเลย สำหรับการซื้อความสบายใจ และลดความเจ็บปวด

 

รู้งี้ทนอีกสัก 2 ปี ค่อยมารักษาก็ดี 555

(แต่หมอบอกว่าข้างขวามันรอไม่ได้อะสิ -*-)

 

เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้ล่ะค่ะ

 

 

ในที่สุด ตัวละครลับสุดยอดที่เราเพิ่งกี๊ดดดดไปเมื่ออาทิตย์ก่อนก็เดินทางมาถึงบ้านแล้วค่ะ พรุ่งนี้ค่อยถ่ายรูปเต็มๆ มาให้ดู วันนี้ขอเอามากรี๊ดดดดดดด ลงน้ำจิ้มไปก่อน

.

.

.

 

Image

 

Volks SDGr Ryoya Konoe

+

LUTS SDF Body

 

 

 

ที่ช๊อคมากคือ ไม่นึกเลยว่าสีเรซิ่น Volks ปีนี้ จะแอบแมชกะ LUTS ดีเลย ไม่ต้องรีบซื้อบอดี้ใหม่ ประหยุดไปอีกหนึ่ง ดูจากการแต่งตัว เราคงจะไม่ต้องบอกละมั้งว่าเอามาอัพเกรดใคร 555

ช่วงนี้หัวเต็มบ้านเลยค่ะ เพราะว่าจะลงตัวที่หัวนี้ลองผิดลองถูกไปเยนอะ ทำให้เราได้รู้ว่า บางที...การลงทุน ควรทำเพียงครั้งเดียว เรารู้สึกผิดมากที่เราซื้อบางหัวมาดองไว้โดยไม่ได้ทำอะไรเลย (ขนาดจะพ่น MSC ยังไม่มีเวลาพ่น -*-)

เราคงจะหยุดอัพเกรด Gackt ไว้ที่ตรงนี้ล่ะค่ะ (แต่อาจจะถอยบอดี้มาเล่นๆ 555) เพราะเรารู้สึกว่าหัวนี้ใช่ที่สุดแล้ว หลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ออกมาเลยค่ะ ถ้าไม่ซื้อช่วงนี้ เราคงไม่ได้ราคาแบบนี้อีกแล้ว ดีใจจริงๆ ค่ะ

เรามักพูดกับเพื่อนๆ พี่ๆ เสมอว่า "ของอะไรที่เป็นของเรา ไม่ต้องดิ้นรน มันก็จะมาหาเราเอง" หัวนี้ก็เช่นกันค่ะ เราบ่นๆ อยากได้เรียวยะ จู่ๆ เค้าก็มาหาเราในราคาที่ Reasonable มากๆ ปกติการประมูลมักจะยืดเยื้อ แต่เราคิดว่าคนขายคงจะร้อนเงิน เลยปล่อยให้เรามาแบบถูกๆ เราได้เค้ามาแบบเกือบ Fullset มีทุกอย่างยกเว้นบอดี้กะรองเท้า เวลาเพื่อนเรายุให้เราซื้อเรียวยะ เรามักจะตอบเสมอว่า "แล้วแกจะให้ชั้นเอาบอดี้ไปทำอะไร...?" คือเราไม่อยากได้บอดี้เพิ่มแล้วอ่ะค่ะ ตอนนี้พื้นที่ไม่พอแล้ว แล้วเราก็ไม่ชอบรองเท้าของเรียวยะด้วย

ของที่เราประมูลมารอบนี้เลยเหมือนกับว่าคนขายจัดเซ็ทนี้มาเพื่อขายเราโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้

เราขอไม่เขียนนะคะว่าเราได้มาในราคาเท่าไหร่... เพราะถึงจะเป็นราคาที่ถูกลงมาแล้ว ก็ยังซื้อบอดี้ SD ได้ประมาณ 2 ตัวเลยอ่ะค่ะ (แกลบระยะสุดท้ายจริงจัง ...OTL)

 

หลังจากของรอบนี้มา ทำให้เราได้รู้ว่า นี่ตรูซื้ออะไรมาเยอะแยะฟระเนี่ยยยยยยยย... เดี๋ยวคงได้โละของขายเป็นพะเรอเกวียนล่ะค่ะ รอดูกันนะคะ 

ใครจะช่วยอุดหนุนสนทบทุนโครงการเลี้ยงลูกด้วยแกลบก็เชิญกดคำว่า Shop ที่เมนุด้านบนนะคะ มีหลายอย่้างให้เลือกสรรคร่าาาาาาาา... ^^

 

 

...

 

 

ปิดท้ายด้วยเรื่อง "ศุกร์ 13"

พรุ่งนี้เรามีผ่าตัดตาล่ะค่ะ.... ใครที่รู้จักเราตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว คงรู้ว่าสภาพเราตอนนั้นมันแย่ขนาดไหน

มันกลับมาอีกรอบแล้วค่ะ (แต่เปลี่ยนข้าง)

อันที่จริงตอนรักษาข้างขวา หมอก็บอกแล้วว่าข้างซ้ายเริ่มจะเป็นนะ แต่เราก็ชะล่าใจ (ที่จริงกลัวเจ็บ) เพราะมันเจ็บมาก เนื่องจากเราเป็นในส่วนจอประสาทตา ยาชาเอาไม่อยู่ แถมพาราที่หมอให้กินยอมใจก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราสักนิด มันแวดร้าวไปครึ่งหน้าเลยอ่ะค่ะ เลยปล่อยมันล่วงเลยมาขนาดนี้ จนโดนหมอบ่นมาเมื่อไม่นานมานี้ ว่าถ้าไม่รีบจัดการจะแย่เอา เลยคิดว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เรากำหนดไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าอยากให้มันไปในทิศทางไหน...

 

ฉะนั้น... เราจะหายไปจากเน็ทสักพักนะคะ มีอะไรมือถือโลดค่ะ

ที่จริงเราก็ใช้ตาข้างขวาอ่านอะไรได้อยู่อ่ะนะคะ คราวที่แล้วแย่กว่านี้มากค่ะ ตอนทำตาขวา เราแทบจะไม่เห็นอะไรเลย เพราะเรามองเห็นข้างเดียวอยู่แล้ว (ตาซ้ายเรามองเห็นแค่ 2 ใน 3 ค่ะ แถมยังขี้เกียจไม่ยอมทำงาน โฟกัสอะไรไม่ได้ เลยเบลอซะงั้น) คาดว่าคราวนี้น่าจะพอใช้ชีวิตง่ายขึ้นค่ะ

 

ปล. แอบอยากพอลูกไปเป็นกำลังใจตอนหมอทำด้วยง่า...

...

ก่อนอื่นขอฉลองให้ตัวเองก่อน... 

นอกจากวันนี้จะเป็นวัน X Day ซึ้งเป็นวันที่ X Japan ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการแล้ว ยังเป็นวันที่เราได้เริ่มทำงานเป็นล่ามวันแรกอีกด้วย

1 ปีผ่านไปเร็วมากกกกกกก ไม่นึกเลยว่าเราจะเป็นล่ามมา 1 ปีแล้ว เราไม่เคยคิดเลยว่าวันที่เราจะสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้เป็นต่อยหอยจะมาถึง 5555 ตอนนี้กะลังจะอัพสกิลเป็นล่ามสามภาษา เป้าหมายที่จะทำให้ได้ในปีนี้ล่ะ ^^ (แต่คงจะยาก เพราะภาษาอังกฤษเราถดถอยเข้าขั้นวิกฤติ)

ทำงานมาปีนึงแล้วหวังว่าคราวนี้จะสอบ 1 ผ่านซะทีน่อ

.....

มาต่อด้วยสิ่งที่อยากจะอัพในวันนี้...

ที่จริง..แปลบล๊อคนี้มาตั้งแต่เมื่อวานค่ะ แปลถึงตี 2 ง่วงมากมาย แต่เพื่อ YG แล้ว อิชั้นทำได้ทุกอย่างค่ะ ยอมนอนไม่พอเพื่อนั่งแปลบล๊อค(ที่โคตรยาว)ของมันเลยทีเดียว ไม่ได้แปลแก๊กมานาน อาจจะมีฝืดๆ ไปบ้าง ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า แถมอีนี่ยังลืมเอาดิกกลับบ้านอีกต่างหาก มิเป็นไร...สีทนได้....

.

.

.

 

 2009/09/16 05:51                            
                                                           
 กลับมาถึงญี่ปุ่นแล้วนะ・・・   

 

Fordear 

เพิ่งมาถึงนาริตะเมื่อสักครู่นี้เองครับ
เหนื่อยจางงง〜〜ถึงจะบอกว่าอย่างงั้นก็เถอะ แต่เดี๋ยวก็ต้องไปเกาหลีต่ออีกแล้วล่ะ

เมื่อวานได้ไปสังสรร(1)กับ YOSHIKI และ KIRIYA ที่ไม่ได้เจอกันนานด้วยล่ะ

เพราะงานรัดตัวมาตลอด
นานแล้วที่ไม่ได้หัวเราะเฮฮากันขนาดนั้น・・・

อาการที่คอของ YOSHIKI ก็ดูเหมือนจะดีขึ้น
ตอนที่เห็นร่างที่สวมคอร์เซ็ทเดินเข้ามาในร้าน ผมก็หลุดขำออกมาเสียยกใหญ่

「ไม่เป็นไรแน่นะ〜〜??」 ผมพูดไปขำไปโดยไม่สามารถหยุดหัวเราะได้
อะฮะฮ่าๆๆๆๆๆ
ส่วน YOSHIKI ก็ขำๆ แล้วพูดว่า 「ไม่ต้องมาหัวเราะเลย〜」

 

( *ขอตัดโฆษณา* โอ้ยยยยย นึกภาพแล้วขำตาม
ทำไมคู่นี้ถึงได้น่ารักกันขนาดนี้หนอ รักจริงๆ นะเนี่ย
นี่แสดงว่าแก๊กมันตามไปดื่มกะป๋าถึงแอลเอตามคำชวน
ของโยชิกิเมื่อตอนวันเกิดจริงๆ สิเนี่ย บ้าจี้ทำตามที่
เค้าว่าด้วยเนอะคนเรา เชื่อเค้าเลย -*-

ใครอยากรู้ว่าเค้าอวยพรกันแบบไหน ? 
จิ้มข้างล่างนี่เลยค่ะ

[
คำอวยพรจาก YOSHIKI ถึง GACKT
 ]

ต่อไปนี้ไม่ขำและ เครียดๆ แต่เป็นการบอกให้รู้ว่า
มันเป็นคนเขียนบล๊อคมีสาระเป็นกะเค้าด้วยนะเออ
ทุกทีอัพบล๊อคอย่างกะเด็ก 2 ขวบ -*-)

 

ก็..ชีวิตคนเราน่ะ มันต้องมีหลายๆ แบบสิถึงจะสนุก
ไม่ว่าจะต้องพบเจอเรื่องโหดร้ายหรือลำบากมากแค่ไหน
สิ่งสำคัญอยู่ที่สุดท้ายเราจะสามารถยิ้มรับผลของมันได้รึเปล่า? ใช่มั้ยล่ะ

นั่นต่างหากที่สำคัญ

อย่างเวลาปีนเขา เราก็จะรู้สึกว่ามันลำบากมาก
แถมตอนที่กำลังปีนอยู่นั้นก็ยังมองไม่เห็นยอดเขาอีกต่างหาก

ถึงแม้จะเป็นเวลาที่คิดว่าตัวเองกำลังลำบาก
แต่เราก็ยังเห็นความงามของดอกไม้ที่แบ่งบาน

ในเวลาแบบนั้นเราจะรู้สึกได้ว่า...
ความลำบากและความโหดร้ายต่างๆ ไม่รู้ว่ามันหายไปไหนเสียหมด

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว... ในตอนที่เราอยู่บนยอดเขา
เราก็จะรู้สึกได้เองว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมันก็ผ่านไปแป๊บเดียว

ทิวทัศน์ที่ได้เห็นจากที่นั่น
ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกถึงแต่เพียงความสวยงามของทิวทัศน์ที่งดงามอยู่บนนั้น
แต่ยังสัมผ้สได้ถึงความลึกและความลาดชันของเส้นทางที่ทำให้เรามาถึงจุดๆ นั้น
และเหนือสิ่งอื่นใด.. การที่สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายได้สำเร็จนั้น
ยิ่งทำให้ทิวทัศน์ที่เห็นจากที่แห่งนั้น กลายเป็นสิ่งพิเศษสำหรับคนๆ นั้นมากยิ่งขึ้น

มันเป็นความยินดีที่มีแต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จเท่านั้นถึงจะเข้าใจ
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงสามารถยิ้มรับได้กับทุกสิ่ง

เพราะผมเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าผมจะสามารถข้ามผ่านทุกสิ่งได้
ผมก็เลยสามารถมองเรื่องที่เกิดขึ้นให้เป็นเรื่องตลกได้กระมัง

ทั้งเสียงหัวเราะ
และความกังวลใจ
เมื่อเวลาผ่านไปมันก็เหมือนๆ กัน

ดังนั้น หัวเราะไว้จะดีกว่านะ
แต่กับคนที่คิดได้ก็ต่อเมื่อต้องมีใครมาบอกแล้วนั้น
ถึงจะรู้สึกว่า 「สนุก」(2) แต่ก็ไม่รู้สึกถึง 「ความสำราญ」(2) หรอก
ความหมายมันแตกต่างกันนะ

ผมคิดว่า... ถ้าคนเราสามารถค้นพบวิธีหัวเราะได้ด้วยตัวเองแล้วละก็
ความสำราญนั้นก็จะเป็นของเรา

อ่า... ก็ตามที่เขียนไปนั่นล่ะ

สิ่งที่ได้มาง่ายกับสิ่งที่ต้องใช้ใจค้นหา
มันคงแตกต่างกันอย่างนั้นล่ะมั้่ง・・・

เอาล่ะ・・・ต่อจากนี้ ผมต้องเตรียมตัวไปเกาหลี

ถ่ายรูปที่แอลเอมาเยอะแยะเลย
อัพรูปพวกนั้นลงไปด้วยดีมั้ยนะ・・・

จะว่าไป... ตอนอยู่บนเครื่องบินขากลับ มีเรื่องประหลาดด้วยล่ะ
ระหว่างที่อยู่บนเครื่อง..ผมทำงานตลอดเวลา
กว่าจะรู้ตัวก็เผลอหลับไปเรียบร้อย
・・・

พอรู้สึกตัวอีกที พี่สาวที่เป็นแอร์ก็มายืนอยู่ข้างๆ
ทำท่าเหมือนกำลงลังเลว่าจะเรียกผมดีหรือไม่

พอถามไปว่า 「เกิดอะไรขึ้น??」
เธอก็ตอบว่า 「เห็นว่ากำลังหลับอยู่น่ะค่ะ เลยกำลังคิดว่าจะปลุกคุณดีรึเปล่า・・・、
เผอิญด้านนอกมีภาพที่หาดูได้ยากอยู่น่ะค่ะ แล้วกัปตันก็เลยให้ดิฉันมาบอกว่าอยากให้ดูกันให้ได้น่ะค่ะ・・・」

พอมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่า ยังอยู่บนทางที่ห่างจากญี่ปุ่นราวๆ 4 ชั่วโมง

เธอบอกว่าเรากำลังบินอยู่เหนือหมู่เกาะ Aleutian
แล้วด้านล่างของเรานั้น ก็เป็นเครื่องบินของสายการบิน JAL ที่กำลังมุ่งหน้าไปญี่ปุ่น ด้วยความเร็ว900Km ต่อชั่วโมงเช่นเดียวกับเรา

แน่นอนว่า แม้แต่บริเวณใกล้ๆ สนามบินภาพแบบนี้ก็หาดูไม่ได้ง่ายๆ นักหรอก
การที่เครื่องบินบินในระยะใกล้ๆ กันบนท้องฟ้าแบบนี้ เป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆ

ระยะห่างที่เหมือนกับจะกระโดดไปหากันได้

ในมือตอนนี้มีแต่ iphone
ดูจากภาพอาจจะไม่รู้สึกว่าใกล้กันสักเท่าไหร่

แต่ในตอนท้าย เครื่องที่ว่านี่บินมาอยู่ได้เครื่องที่ผมนั่งอยู่พอดิบพอดี
ทำให้รู้สึกราวกับเป็นเครื่องบินผาดโผนขนาดใหญ่・・・
อย่างไรก็ตาม มันเป็นภาพที่อัศจรรย์มาก 

ด้วยเหตุนั้น หลังจากนี้ผมก็ต้องรีบกลับไปทำงานแล้วเช่นกัน
แล้วยังต้องเตรียมตัวไปเกาหลีอีก・・・

GACKT

 

...

Translator's Note : ขออธิบายเพิ่มสักนิด

(1) Bakahanashi ni hana ga saku - อันที่จริงประโยคนี้ถ้าจะแปลให้ครบถ้วนควรจะแปลว่า "เมาท์แตกกันด้วยเรื่องไร้สาระ" แต่ดูจะทำลายภาพพจน์ท่านๆ เกินไปนิด เลยขอลดคำลงมาหน่อยดีกว่า

(2) 「楽しみ」 Tanoshimi กับ 「愉しさ」 Tanoshisa - สองคำนี้อ่านเหมือนกันเปี๊ยบแต่เขียนไม่เหมือนกัน และความหมายก็แตกต่างกันนะเออตัวแรกหมายถึง "ความสนุกสนาน" ที่ให้ความรู้สึกผิวเผินกว่าตัวที่สองที่แปลว่า "ความสุขสำราญ" ที่จะให้ความหมายในเชิงลึกมากกว่า

 

Translator's Comment : อ่านจบ...เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้มันใช้ไอโฟน งานนี้ อิชั้นคงต้องได้ถอยมาใช้บ้างล่ะค่ะ (ถึงจะไม่ชอบเท่าไหร่ก็เถอะ การตลาดแก๊กได้ผลกะเราเสมอ T^T)

รอบนี้ตอนแปลรู้สึกว่า ไอ้สาระตรงกลางไม่แปลได้มั้ยเนี่ย -*- เอาบล๊อคแก๊กลัลล้าเฮฮาไร้สาระแบบเดิมคืนมาน้าาาาาาาา แต่ก็ดันทุรังแปลจนจบล่ะ อิๆ

ปล. ใครอ่านจบแล้วช่วยบอกเราที คุณ KIRIYA แกเป็นใครคะ บังอาจมาเป็น กขค. *ชริ*

...

...เรื่องดีๆ...

posted on 09 Sep 2009 21:09 by kisatsu  in Diary

แฮะๆ แบบว่า...อยากอัพในวันเลขสวยมั่ง...

 

อัพตอน 09.09 น. ไม่ทัน เลยขอเอาเลขเก้าตอนกลานคืนแทน 555 (เอาน่า 09.09 เหมือนกัน แต่เป็น PM เท่านั้นล่ะ)

 

ไม่นึกเลยว่า..ตัวเองจะดองบล๊อคมาได้เกือบเดือน แบบว่างานเรายุ่งมากมายค่ะ วันนี้รวมเวลานั่งโต๊ะได้ไม่ถึงชม. -*- (วันนี้ไม่เห็นเราออนก็อย่าแปลกใจ เวลากินข้าวยังแทบไม่มี)

 

หลายๆ คนที่สนิทกับเราคงได้ยินเราบ่นๆ อยากเปลี่ยนงานหลายครั้ง และยื่นเรซูมเม่ไปหลายที่ แต่ยังไม่เจอที่ที่ถูกใจ (เงินดีแต่ไกลลิบโลก) จู่ๆ วันนี้เจ้านายก็เรียกเราออกไปคุยข้างนอก ด้วยเสียงเครียดมากกกกกกกกกกก

"เมย์ซังทำงานที่นี่มาปีนึงแล้ว คงจะคุ้นกับงานแล้วใช่มั้ย?

 

แต่แบบว่า...มีเรื่องจะขออ่ะ"

...ตอนนั้นอิชั้นใจแป้วมากกกกกก จะไล่กรูออกป่ะวะ...? แบบว่าช่วงเดือนนี้แอบมึนเบลอลาป่วยไปวัน (มีทดอลหนักไปหน่อย) วันรุ่งขึ้นมาสาย (ซึ่งก็สารภาพไปตามตรงว่าตื่นสาย 555)

คือทุกครั้งที่โดนเรียก มันจะโดนเตือนเรื่องต่างๆ อ่ะ เลยแอบระแวง...

"คือ... ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป อยากให้เมย์ซังรับผิดชอบเรื่อง ***เซ็นเซอร์*** ของบริษัทอ่ะ"

...ผิดคาดแฮะ เรียกมาให้งานเพิ่มเนี่ยนะ เราก็พยักหน้าหงึกๆ แบบงงๆ

"อืมมมมมมม... ตอนนี้เมย์ซังได้เงินเดือนเท่าไหร่นะ?"

...จะถามทำไมหว่า ก็ยื่นซองให้เค้าเองทุกเดือนอ่ะ (ที่ทำงานเรารับเงินสดอ่ะ)

 

"อ้อ... ***เซ็นเซอร์*** ใช่มั้ย ...งั้นเดือนนี้ก็รับไปเท่านี้แหล่ะ"

...อ้าววววววววววววววววววววววววววววววว จะบอกกรูทำไมเนี่ย *เกาหัวแกรกๆ*

 

 

"แล้วเดือนหน้าจะ เพิ่มให้อีก 10% นะ"

 

...เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% เพิ่มให้อีก 10% อ๊ากกกกกกก.... ค่าตัวลูกกกกกกกกก

 

กรี๊ดดดดดดดดดด ไม่นึกเลยว่าเค้าจะขึ้นเงินเดือนให้อ่ะ...

แบบว่าเดือนนี้ทำตัวเลวมาก ฝืนกฎเค้าแทบทุกอย่าง (แต่ไม่ให้เจ้านายเห็น) เลขเก้าเนี่ย มันให้ลาภจริงๆ นะเออ 555 เพราะเราว่า...เค้าคงไม่ได้ตั้งใจจะบอกเราให้ตรงวันนี้หรอก เพราะผอ. เพิ่งมาเมื่อวาน คงจะเพิ่งคุยกันนั่นล่ะ ...ที่จริง 10% ของเงินเดือนเรามันก็ไม่ได้เยอะมากมายอ่ะนะ แต่ยังไงมันก็เพิ่มอ่ะ *อร๊างงงงงง ดีใจ* 555 

 

ปล. ขอดองเท็คก่อนน้าาาน้องไอจะรีบทำให้จ้า..

ปล. 2 มือจ๊อยท์จ๋าาาาาาาา นอนรอที่ปณ.ก่อนน้าาาา เดี๋ยวพรุ่งนี้เค้าจะไปไถ่มา > < *อะอร๊างงงง*

ปล. 3 ไอเท็มลับชิปแล้ววววววววววววววววววววว *งี๊ดดดดดดดดด*

 

ปิดท้ายด้วยรูปลูกชายเล็กน้อยกันบล๊อคเบี้ยว.....

 

...

 

 

My 16th Face Up : LUTS - 09' Summer

 

Photobucket

Photobucket

หัวนี้ชื่อน้องโนเอะ...

เป็นผู้สาวคนแรกของบ้านเราค่ะ OTL

อ้าวววว... ไม่มีคนชื่อเลยเหรอ แค่เธอหน้าแมนเกินไปนิดเดียวเอง เราเห็นปากจุบุจุบุของเธอครั้งแรก เราก็รู้ได้เลยว่าเธอต้องเป็นสาวตามคาแร็คเตอร์ที่เราตั้งไว้ได้แน่ๆ เพียงแต่เฟสอัพผิดพลาดไปหน่อย เลยออกมาแมนซะอย่างนั้น (เดี๋ยวแม่แก้ให้น้าาาาาาาา)

น้องโนเอะอยู่ตระกูลเดียวกับคุณเจนซ์ค่ะ ^^

เธอมีชื่อเต็มว่า Noesis (การใช้เหตุผล) น้องสาวของ Genesis ค่ะ นอกจากนี้ในอนาคตยังจะมี Nemesis กับ Oasis อีกค่ะ เราจะสร้างตระกูลสระอีส จนกว่าจะไม่มีชื่อมาตั้งนั่นล่ะค่ะ 5555

 

.....

...

.

 

ปิดท้ายด้วยข่าวอินเทรนด์ หลังจากเป็นไข้กระเสาะกระแสะอยู่หลายวัน

 

ไปตรวจไข้หวัดฮิตๆ มาแล้วค่ะ... T^T



Photobucket

 

ได้ทามิฟลูมา 4 เม็ด และหมดเงินไปอีก 6,000 บาท

ชื่อรพ.ก็เขียนอยู่ คงไม่ต้องบอกมั้งคะว่าเราไปโรงพยาบาลไหนมา

.

.

.

เป็น?ไม่เป็น? รู้ผลวันพุธค่ะ

 

 

สรุป....ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเป็นไม่เป็นนะคร้า

แต่อยู่ระยะเฝ้าระวัง