Trans : Gackt Blog on 2009.09.16 (แด่..YG ที่อิชั้นไม่ได้เสพมานานนน)
posted on 22 Sep 2009 20:16 by kisatsu in Diary, Gackt, YG, YOSHIKIก่อนอื่นขอฉลองให้ตัวเองก่อน...
นอกจากวันนี้จะเป็นวัน X Day ซึ้งเป็นวันที่ X Japan ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการแล้ว ยังเป็นวันที่เราได้เริ่มทำงานเป็นล่ามวันแรกอีกด้วย
1 ปีผ่านไปเร็วมากกกกกกก ไม่นึกเลยว่าเราจะเป็นล่ามมา 1 ปีแล้ว เราไม่เคยคิดเลยว่าวันที่เราจะสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้เป็นต่อยหอยจะมาถึง 5555 ตอนนี้กะลังจะอัพสกิลเป็นล่ามสามภาษา เป้าหมายที่จะทำให้ได้ในปีนี้ล่ะ ^^ (แต่คงจะยาก เพราะภาษาอังกฤษเราถดถอยเข้าขั้นวิกฤติ)
ทำงานมาปีนึงแล้วหวังว่าคราวนี้จะสอบ 1 ผ่านซะทีน่อ
.....
มาต่อด้วยสิ่งที่อยากจะอัพในวันนี้...
ที่จริง..แปลบล๊อคนี้มาตั้งแต่เมื่อวานค่ะ แปลถึงตี 2 ง่วงมากมาย แต่เพื่อ YG แล้ว อิชั้นทำได้ทุกอย่างค่ะ ยอมนอนไม่พอเพื่อนั่งแปลบล๊อค(ที่โคตรยาว)ของมันเลยทีเดียว ไม่ได้แปลแก๊กมานาน อาจจะมีฝืดๆ ไปบ้าง ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า แถมอีนี่ยังลืมเอาดิกกลับบ้านอีกต่างหาก มิเป็นไร...สีทนได้....
.
.
.
2009/09/16 05:51
กลับมาถึงญี่ปุ่นแล้วนะ・・・
2009/09/16 05:51
กลับมาถึงญี่ปุ่นแล้วนะ・・・
Fordear
เพิ่งมาถึงนาริตะเมื่อสักครู่นี้เองครับ
เหนื่อยจางงง〜〜ถึงจะบอกว่าอย่างงั้นก็เถอะ แต่เดี๋ยวก็ต้องไปเกาหลีต่ออีกแล้วล่ะ
เมื่อวานได้ไปสังสรร(1)กับ YOSHIKI และ KIRIYA ที่ไม่ได้เจอกันนานด้วยล่ะ
เพราะงานรัดตัวมาตลอด
นานแล้วที่ไม่ได้หัวเราะเฮฮากันขนาดนั้น・・・
อาการที่คอของ YOSHIKI ก็ดูเหมือนจะดีขึ้น
ตอนที่เห็นร่างที่สวมคอร์เซ็ทเดินเข้ามาในร้าน ผมก็หลุดขำออกมาเสียยกใหญ่
「ไม่เป็นไรแน่นะ〜〜??」 ผมพูดไปขำไปโดยไม่สามารถหยุดหัวเราะได้
อะฮะฮ่าๆๆๆๆๆ
ส่วน YOSHIKI ก็ขำๆ แล้วพูดว่า 「ไม่ต้องมาหัวเราะเลย〜」
( *ขอตัดโฆษณา* โอ้ยยยยย นึกภาพแล้วขำตาม
ทำไมคู่นี้ถึงได้น่ารักกันขนาดนี้หนอ รักจริงๆ นะเนี่ย
นี่แสดงว่าแก๊กมันตามไปดื่มกะป๋าถึงแอลเอตามคำชวน
ของโยชิกิเมื่อตอนวันเกิดจริงๆ สิเนี่ย บ้าจี้ทำตามที่
เค้าว่าด้วยเนอะคนเรา เชื่อเค้าเลย -*-
ใครอยากรู้ว่าเค้าอวยพรกันแบบไหน ?
จิ้มข้างล่างนี่เลยค่ะ
[ คำอวยพรจาก YOSHIKI ถึง GACKT ]
ต่อไปนี้ไม่ขำและ เครียดๆ แต่เป็นการบอกให้รู้ว่า
มันเป็นคนเขียนบล๊อคมีสาระเป็นกะเค้าด้วยนะเออ
ทุกทีอัพบล๊อคอย่างกะเด็ก 2 ขวบ -*-)
ก็..ชีวิตคนเราน่ะ มันต้องมีหลายๆ แบบสิถึงจะสนุก
ไม่ว่าจะต้องพบเจอเรื่องโหดร้ายหรือลำบากมากแค่ไหน
สิ่งสำคัญอยู่ที่สุดท้ายเราจะสามารถยิ้มรับผลของมันได้รึเปล่า? ใช่มั้ยล่ะ
นั่นต่างหากที่สำคัญ
อย่างเวลาปีนเขา เราก็จะรู้สึกว่ามันลำบากมาก
แถมตอนที่กำลังปีนอยู่นั้นก็ยังมองไม่เห็นยอดเขาอีกต่างหาก
ถึงแม้จะเป็นเวลาที่คิดว่าตัวเองกำลังลำบาก
แต่เราก็ยังเห็นความงามของดอกไม้ที่แบ่งบาน
ในเวลาแบบนั้นเราจะรู้สึกได้ว่า...
ความลำบากและความโหดร้ายต่างๆ ไม่รู้ว่ามันหายไปไหนเสียหมด
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว... ในตอนที่เราอยู่บนยอดเขา
เราก็จะรู้สึกได้เองว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมันก็ผ่านไปแป๊บเดียว
ทิวทัศน์ที่ได้เห็นจากที่นั่น
ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกถึงแต่เพียงความสวยงามของทิวทัศน์ที่งดงามอยู่บนนั้น
แต่ยังสัมผ้สได้ถึงความลึกและความลาดชันของเส้นทางที่ทำให้เรามาถึงจุดๆ นั้น
และเหนือสิ่งอื่นใด.. การที่สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายได้สำเร็จนั้น
ยิ่งทำให้ทิวทัศน์ที่เห็นจากที่แห่งนั้น กลายเป็นสิ่งพิเศษสำหรับคนๆ นั้นมากยิ่งขึ้น
มันเป็นความยินดีที่มีแต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จเท่านั้นถึงจะเข้าใจ
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงสามารถยิ้มรับได้กับทุกสิ่ง
เพราะผมเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าผมจะสามารถข้ามผ่านทุกสิ่งได้
ผมก็เลยสามารถมองเรื่องที่เกิดขึ้นให้เป็นเรื่องตลกได้กระมัง
ทั้งเสียงหัวเราะ
และความกังวลใจ
เมื่อเวลาผ่านไปมันก็เหมือนๆ กัน
ดังนั้น หัวเราะไว้จะดีกว่านะ
แต่กับคนที่คิดได้ก็ต่อเมื่อต้องมีใครมาบอกแล้วนั้น
ถึงจะรู้สึกว่า 「สนุก」(2) แต่ก็ไม่รู้สึกถึง 「ความสำราญ」(2) หรอก
ความหมายมันแตกต่างกันนะ
ผมคิดว่า... ถ้าคนเราสามารถค้นพบวิธีหัวเราะได้ด้วยตัวเองแล้วละก็
ความสำราญนั้นก็จะเป็นของเรา
อ่า... ก็ตามที่เขียนไปนั่นล่ะ
สิ่งที่ได้มาง่ายกับสิ่งที่ต้องใช้ใจค้นหา
มันคงแตกต่างกันอย่างนั้นล่ะมั้่ง・・・
เอาล่ะ・・・ต่อจากนี้ ผมต้องเตรียมตัวไปเกาหลี
ถ่ายรูปที่แอลเอมาเยอะแยะเลย
อัพรูปพวกนั้นลงไปด้วยดีมั้ยนะ・・・
จะว่าไป... ตอนอยู่บนเครื่องบินขากลับ มีเรื่องประหลาดด้วยล่ะ
ระหว่างที่อยู่บนเครื่อง..ผมทำงานตลอดเวลา
กว่าจะรู้ตัวก็เผลอหลับไปเรียบร้อย・・・
พอรู้สึกตัวอีกที พี่สาวที่เป็นแอร์ก็มายืนอยู่ข้างๆ
ทำท่าเหมือนกำลงลังเลว่าจะเรียกผมดีหรือไม่
พอถามไปว่า 「เกิดอะไรขึ้น??」
เธอก็ตอบว่า 「เห็นว่ากำลังหลับอยู่น่ะค่ะ เลยกำลังคิดว่าจะปลุกคุณดีรึเปล่า・・・、
เผอิญด้านนอกมีภาพที่หาดูได้ยากอยู่น่ะค่ะ แล้วกัปตันก็เลยให้ดิฉันมาบอกว่าอยากให้ดูกันให้ได้น่ะค่ะ・・・」
พอมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่า ยังอยู่บนทางที่ห่างจากญี่ปุ่นราวๆ 4 ชั่วโมง
เธอบอกว่าเรากำลังบินอยู่เหนือหมู่เกาะ Aleutian
แล้วด้านล่างของเรานั้น ก็เป็นเครื่องบินของสายการบิน JAL ที่กำลังมุ่งหน้าไปญี่ปุ่น ด้วยความเร็ว900Km ต่อชั่วโมงเช่นเดียวกับเรา
แน่นอนว่า แม้แต่บริเวณใกล้ๆ สนามบินภาพแบบนี้ก็หาดูไม่ได้ง่ายๆ นักหรอก
การที่เครื่องบินบินในระยะใกล้ๆ กันบนท้องฟ้าแบบนี้ เป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆ
ระยะห่างที่เหมือนกับจะกระโดดไปหากันได้
ในมือตอนนี้มีแต่ iphone
ดูจากภาพอาจจะไม่รู้สึกว่าใกล้กันสักเท่าไหร่
แต่ในตอนท้าย เครื่องที่ว่านี่บินมาอยู่ได้เครื่องที่ผมนั่งอยู่พอดิบพอดี
ทำให้รู้สึกราวกับเป็นเครื่องบินผาดโผนขนาดใหญ่・・・
อย่างไรก็ตาม มันเป็นภาพที่อัศจรรย์มาก
ด้วยเหตุนั้น หลังจากนี้ผมก็ต้องรีบกลับไปทำงานแล้วเช่นกัน
แล้วยังต้องเตรียมตัวไปเกาหลีอีก・・・
GACKT
...
Translator's Note : ขออธิบายเพิ่มสักนิด
(1) Bakahanashi ni hana ga saku - อันที่จริงประโยคนี้ถ้าจะแปลให้ครบถ้วนควรจะแปลว่า "เมาท์แตกกันด้วยเรื่องไร้สาระ" แต่ดูจะทำลายภาพพจน์ท่านๆ เกินไปนิด เลยขอลดคำลงมาหน่อยดีกว่า
(2) 「楽しみ」 Tanoshimi กับ 「愉しさ」 Tanoshisa - สองคำนี้อ่านเหมือนกันเปี๊ยบแต่เขียนไม่เหมือนกัน และความหมายก็แตกต่างกันนะเออตัวแรกหมายถึง "ความสนุกสนาน" ที่ให้ความรู้สึกผิวเผินกว่าตัวที่สองที่แปลว่า "ความสุขสำราญ" ที่จะให้ความหมายในเชิงลึกมากกว่า
Translator's Comment : อ่านจบ...เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้มันใช้ไอโฟน งานนี้ อิชั้นคงต้องได้ถอยมาใช้บ้างล่ะค่ะ (ถึงจะไม่ชอบเท่าไหร่ก็เถอะ การตลาดแก๊กได้ผลกะเราเสมอ T^T)
รอบนี้ตอนแปลรู้สึกว่า ไอ้สาระตรงกลางไม่แปลได้มั้ยเนี่ย -*- เอาบล๊อคแก๊กลัลล้าเฮฮาไร้สาระแบบเดิมคืนมาน้าาาาาาาา แต่ก็ดันทุรังแปลจนจบล่ะ อิๆ
ปล. ใครอ่านจบแล้วช่วยบอกเราที คุณ KIRIYA แกเป็นใครคะ บังอาจมาเป็น กขค. *ชริ*
...

)
555รักนะ
#1 By Swordman แห่ง Iris on 2009-09-22 20:25